ภาษา:
  • EN
  • FR
  • TH
เรื่องราวของโรงแรม

โรงแรมสุโกศล กรุงเทพฯ

องค์กรด้านความรับผิดชอบต่อสังคม

กลุ่มโรงแรมสุโกศลคือผู้นำร่องในการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนมานับตั้งแต่ที่คุณกมลา สุโกศล เจ้าของผู้เป็นนักธุรกิจและศิลปินชื่อดังได้เปิดให้บริการโรงแรมแรกในเครือ นั่นคือ สยาม เบย์ชอร์ รีสอร์ท พัทยา ในปี พ.ศ. 2518 ปัจจุบันกลุ่มโรงแรมสุโกศลประกอบด้วยโรงแรม 5 แห่ง โดยบุตรสาวของคุณกมลา คือ คุณมาริสา สุโกศล หนุนภักดี เพิ่งเข้ารับตำแหน่งนายกสมาคมโรงแรมไทยไปหมาดๆ และได้ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันให้อุตสาหกรรมโรงแรมของไทยมีแนวคิดและการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืนมากขึ้น

“โรงแรมที่เน้นความยั่งยืนจะได้รับผลตอบแทนในด้านภาพลักษณ์แบรนด์ที่ดีขึ้นทันที” คุณมาริสากล่าว “แต่ความรู้สึกของนักเดินทางที่มีต่อโรงแรมนั้นมีค่าเกินกว่าจะวัดได้ เมื่อนักเดินทางทราบว่าเรากำลังทำอะไรหรือผลักดันการดำเนินการเบื้องหลังในส่วนใดบ้างเพื่อเป็นโรงแรมสีเขียว นักเดินทางจะรู้สึกดีที่เลือกพักกับเราและมีแนวโน้มกลับมาพักซ้ำมากขึ้น จึงนับว่ามีหลายปัจจัยที่วัดเป็นตัวเลขไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้อง”


เบื้องหลังโรงแรมสีเขียว

โรงแรม เดอะ สุโกศล ซึ่งเป็นโรงแรมต้นแบบในเครือ จัดทำโครงการ ‘เบื้องหลัง’ การเป็นโรงแรมสีเขียว เช่น การจัดซื้อข้าวและผลผลิตออร์แกนิกจากชาวไร่และชาวนาในท้องถิ่นโดยตรง การลดปริมาณขยะและรีไซเคิลอย่างกว้างขวาง ตลอดจนการจัดอบรมและจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้พนักงานและคนในชุมชนตระหนักถึงความยั่งยืน ตัวอย่างที่ผู้เข้าพักจะเห็นชัดเจนมากกว่า ได้แก่ การเลิกเสิร์ฟหูฉลาม การเปลี่ยนมาใช้หลอดกระดาษและไฟแอลอีดี การใช้ผลิตภัณฑ์ในห้องน้ำแบบเติม และการลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวในห้องครัวของโรงแรมซึ่งอย่างหลังนี้อาจกล่าวได้ว่าเห็นผลมากกว่าวิธีอื่นๆ

ในฐานะที่ครอบครัวสุโกศลเป็นครอบครัวศิลปิน โรงแรมในเครือสุโกศลจึงจัดคอนเสิร์ตการกุศลเป็นประจำทุกปีเพื่อบำรุงสภากาชาดไทย นอกจากนี้ โรงแรมในเครือทั้ง 5 แห่ง ซึ่งประกอบไปด้วย สยาม เบย์ชอร์ รีสอร์ท พัทยา, เดอะ เบย์วิว พัทยา, เวฟ พัทยา, เดอะ สยาม และ เดอะ สุโกศล กรุงเทพ ก็ได้บริจาคเงินและสละเวลาสนับสนุนงานการกุศลของพาร์ทเนอร์ในท้องถิ่นเป็นประจำทุกปี รวมถึงจัดกิจกรรมนอกสถานที่ให้พนักงานได้มีส่วนร่วมทำความสะอาดชายหาดและแม่น้ำ ปล่อยฉลาม ปลูกป่า และปลูกปะการัง


ลดงบประมาณและรักษ์โลก

โครงการโรงแรมสีเขียวของ เดอะ สุโกศล นั้นไม่ได้เป็นการใช้งบประมาณเพียงอย่างเดียว แต่โรงแรมยังได้รับเม็ดเงินกลับมาด้วย คุณมาริสากล่าวว่า “เราสามารถสร้างรายได้จากการจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยการขายขยะที่คัดแยกไว้” และ “โรงงานรีไซเคิลขยะจะจ่ายเงินให้เราในอัตราที่สูงกว่าหากเราแยกขยะไว้อย่างถูกประเภท แต่ถึงแม้ว่าเราจะสามารถขายขยะในราคาที่สูงขึ้น แต่เราจะยังรณรงค์การลดปริมาณขยะทุกประเภทต่อไป”

นอกจากนี้ การดำเนินงานอย่างยั่งยืนด้วยการลดการใช้พลังงานยังช่วยโรงแรมประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งโรงแรมได้ติดตามและบันทึกรายงานอย่างใกล้ชิด ”พลังงานคือหนึ่งในพื้นฐานของความยั่งยืน” คุณมาริสากล่าวต่อ ”ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะเราใช้งบประมาณมหาศาลไปกับพลังงานอย่างต่อเนื่อง รองจากเงินเดือนพนักงาน” แต่ก่อนที่จะลดการใช้พลังงาน เราต้องมีการบันทึกปริมาณการใช้ก่อน” คุณมาริสายังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ในห้องน้ำแบบเติมแทนการใช้ผลิตภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวทิ้งยังช่วยประหยัดค่าทำความสะอาดอีกด้วย


เทรนด์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนกำลังได้รับความนิยม

คุณมาริสาย้ำว่าผลตอบแทนที่สำคัญคือภาพลักษณ์ของโรงแรมที่ดีขึ้นในสายตาคนทั่วไป ซึ่งสิ่งนี้ประเมินค่าไม่ได้เลย คุณมาริสาเห็นว่าปัจจุบันการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น โดยการเข้าพักในภาคธุรกิจเป็นผู้นำเทรนด์ดังกล่าว โรงแรม เดอะ สุโกศล เริ่มต้นจากการเป็นเจ้าภาพจัด “การประชุมสีเขียว” ซึ่งเป็นการประชุมแบบประหยัดพลังงาน และลดปริมาณขยะเศษอาหาร กระดาษ และพลาสติก จนวันนี้ เดอะ สุโกศล ได้รับการติดต่อจากบริษัทในหลากหลายประเทศที่สนใจเดินทางมาจัดการประชุมที่โรงแรมอย่างไม่ขาดสาย

“ที่จริงแล้ว ความยั่งยืนในโรงแรมของเราเกิดขึ้นได้เพราะความต้องการของบริษัทตัวแทนท่องเที่ยว” คุณมาริสากล่าว “ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2530 สมัยนั้นมีบริษัทตัวแทนท่องเที่ยวชั้นนำแห่งหนึ่งชื่อ Tui ซึ่งกำหนดแนวปฏิบัติเกี่ยวกับสุขอนามัย ความปลอดภัย และความยั่งยืนให้โรงแรมต้องปฏิบัติตามหากต้องการร่วมงานกับบริษัท Tui ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก และทางบริษัทจะทำการประเมินที่พัก และให้ที่พักทำการตรวจสอบด้วย ผู้จัดการทั่วไปของ สยาม เบย์ชอร์ บอกเราว่า ‘เราต้องทำอะไรสักอย่าง ไม่เช่นนั้นเราจะไม่สามารถเข้าร่วมโปรแกรมของ Tui ได้’ ทุกอย่างจึงเริ่มต้นจากตรงนั้น”

สยาม เบย์ชอร์ เริ่มดำเนินงานตอบรับแนวทางดังกล่าวด้วยการใช้ประโยชน์จากพื้นที่กว่าร้อยไร่เพื่อทำพื้นที่หมักเศษอาหารและพืช รวมถึงการใช้เครื่องกำเนิดแก๊สชีวภาพเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ชื่อเสียงด้านการริเริ่มโครงการสีเขียวของ สยาม เบย์ชอร์ ไม่เพียงแค่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ยังนำมาซึ่งรางวัลและการยอมรับทั้งในระดับประเทศและระดับสากล


จุดเริ่มต้นของสิ่งที่ยิ่งใหญ่

แม้โรงแรมในเครือสุโกศลได้เริ่มโครงการที่น่ายกย่องไปแล้วมากมายในฐานะผู้ประกอบการที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน แต่คุณมาริสากล่าวว่ายังมีอีกหลายอย่างที่ยังต้องทำ เธอกล่าวว่า “ปฏิญญาเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของยูเนสโกถือเป็นการเริ่มต้นเพื่อไปถึงเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ การรณรงค์การเป็นอุตสาหกรรมสีเขียวคือย่างก้าวแรกที่จะช่วยการท่องเที่ยวไทย เราโชคดีที่มีทรัพยากรธรรมชาติสวยงามน่าประทับใจ แต่การทิ้งพลาสติกแบบผิดที่ทางจะทำลายความสวยงามเหล่านั้น”

“นอกจากนี้ การอนุรักษ์วัฒนธรรมของเราก็เป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเช่นกัน การปกป้องรักษาและส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่นและชุมชนเป็นสิ่งจำเป็น นักท่องเที่ยวจะเลือกไปเที่ยวชายหาดที่ไหนในโลกก็ได้ แต่วัฒนธรรมต่างหากที่ทำให้ประเทศไทยของเราโดดเด่นและแตกต่างจากที่อื่นๆ เราไม่ได้พูดถึงแค่วัดเก่าแก่และสถานที่ทางประวัติศาสตร์ แต่วัฒนธรรมและวิถีชีวิตในเมืองก็มีเอกลักษณ์เช่นกัน ทุกอย่างควรได้รับการเชิดชู ปกป้อง และส่งเสริม”

ข้อมูลโรงแรม

โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพ เป็นโรงแรมหรูที่ให้บริการทั้งเพื่อธุรกิจและการพักผ่อน จากโรงแรมเดินไปยังสถานีบีทีเอสพญาไทและแอร์พอร์ตลิงก์ได้ในไม่กี่นาที มีห้องพักทั้งหมด 500 ห้อง ห้องอาหารชั้นนำระดับโลก 2 แห่ง สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องประชุมพร้อมสรรพ แถมยังมีบริการสปาสุดหรู พร้อมบริการอื่นๆ แบบครบครัน โรงแรมแห่งนี้ได้รับรางวัลมาแล้วมากมายตั้งแต่เปิดให้บริการในปีพ.ศ. 2533 ทั้งเกียรติบัตรใบไม้เขียว (Green Leaf Certificate) จากมูลนิธิใบไม้เขียว (Green Leaf Foundation) และสุดยอดรางวัลด้านพลังงานไทยระดับสากล (Thailand Energy Award)

โรงแรมสุโกศล กรุงเทพฯ

ที่ตั้ง: 477 ถนนศรีอยุธยา แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพ 10400
หมายเลขโทรศัพท์: +66 2 247 0123
เราใช้คุกกี้เพื่อช่วยให้คุณใช้งานเว็บไซต์ของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ในการดำเนินการต่อที่เว็บไซต์นี้ เราถือว่าคุณยอมรับในข้อตกลงการใช้คุกกี้นี้